ศรัทธิสรา

Middle_269_0d4d07

[Friend's Face]

Friend's Page | Society | Blog Album | Friend | Talk

Login ล่าสุด : 07 ม.ค. 2552
เริ่ม Qool : มิ.ย. 2551

Blog ของ ศรัทธิสรา

Lottery theory (part 3) Feed

วันที่ 18 สิงหาคม 2551 17:51


14 เมษายน 2539


ผลการประกาศรายชื่อผู้ได้รับเหรียญฟิลด์สผ่านพ้นไปแล้ว ทฤษฎีของผมไม่เข้าตากรรมการ แต่ผลการทดลองของผมเป็นที่น่าพอใจมากกว่าการได้รับเหรียญฟิลด์สเสียอีก ผมถูกรางวัลเลขท้ายสองตัว 7 งวดซ้อน! ผมนำเงินที่ได้มาทั้งหมดไปบริจาคและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แด่พ่อ ผลบุญในครั้งนี้ทำให้ผมตาสว่างว่าอะไรคือจุดมุ่งหมายในการทดลองครั้งนี้


18 เมษายน 2539


การทดลองขั้นต่อไปของผมนับว่ายุ่งยากมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว มันคือการหาอนุกรมของความน่าจะเป็นในการสุ่มตัวเลขหกหลักภายใต้เงื่อนไขของเหตุการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม การทดลองในครั้งนี้มีโอกาสกินเวลานานเป็นสิบปีซึ่งมีความเสี่ยงที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเปลี่ยนรูปแบบของการออกรางวัล อย่างน้อยผมต้องหาสมการของอนุกรมให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยพิจารณากำหนดค่าคงที่ของเหตุการณ์ทีหลัง

 

7 พฤษภาคม 2539


มันไม่หมูจริงๆ เสียด้วย ผมต้องหาฟังก์ชั่นของตัวเลขที่มีความเป็นไปได้ถึงหนึ่งล้านสมการ! คิดดูแล้วหากผมยังใช้วิธีคำนวณด้วยมือก็คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยยี่สิบห้าปีจึงจะคำนวณเสร็จ แล้วไหนจะต้องจัดกลุ่มสมการ หาค่าสัมประสิทธิ์ร่วม และกว่าจะรวมสมการอีกเบ็ดเสร็จแล้วคงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปี! แต่ผมได้เตรียมแผนสำหรับงานนี้แล้ว คราวนี้ผมอาจจะต้องใช้เงินก้อนโตสักหน่อย และคงต้องรอให้ถึงวันที่ 1 และ 16 ของเดือนอย่างใจจดใจจ่อ


19 พฤษภาคม 2550


นับเป็นเวลาอันยาวนานนับจากการบันทึกครั้งก่อน ในที่สุดผมก็คิดค้นสมการของอนุกรมได้เรียบร้อยแล้ว ด้วยความช่วยเหลือของคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงห้าเครื่องที่ช่วยกันประมวลผลแบบหามรุ่งหามค่ำ ช่วยย่นเวลาให้เหลือเพียงสิบเอ็ดปีเท่านั้น! ทีนี้ก็เหลือแค่หาค่าคงที่ของการเกิดเหตุการณ์ ผมทำเรื่องขอศึกษาเครื่องออกรางวัลที่หนึ่งได้เรียบร้อยแล้ว จากนี้ผมต้องรวบรวมค่าสถิติเกี่ยวกับแรงและจำนวนรอบในการหมุนกงล้อ แรงเสียดทาน แรงกระแทก แรงสะท้อน และการเคลื่อนที่ภายใต้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางของลูกบอลตัวเลข ฯลฯ จากนั้นก็รวมการเชื่อมโยงของเหตุการณ์ในการออกรางวัลที่หนึ่งทั้งหมดเพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์ของการล็อคหวย จากการประเมินอย่างคร่าวๆ ภายในต้นปีหน้านี้ผมคงจะได้ถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง! และต่อไปนี้ขอเรียกองค์ความรู้ที่ผมศึกษาทั้งหมดนี้ว่า "ทฤษฎีหวย (Lottery Theory)"


17 มีนาคม 2551


ยูเรก้า!!! ผมลองคำนวณและแทนค่าของรางวัลที่หนึ่งงวดล่าสุด ผลที่ได้ถูกต้องตามทฤษฎีทุกประการ!! ผมไม่อาจจะบรรยายความรู้สึกของผมในขณะนี้ให้เป็นคำพูดใดๆ ได้เลย ถ้าจะให้เปรียบเทียบจริงๆ ก็คงจะเหมือนกับตอนที่อาร์คีมีดีสสามารถหาปริมาตรของรูปทรงพาราโบลาโดยไม่ใช้แคลคูลัสแต่ใช้ทฤษฏีคานงัดคานดีดแทน! หรือไม่ก็เหมือนกับที่เอ.เจ.ไวลส์สามารถพิสูจน์ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์ (Fermat's last theorem) ได้สำเร็จนับจากวันที่แฟร์มาต์ประกาศทฤษฎีนี้ไปแล้วกว่าสามร้อยปี! ส่วนผมนั้นก็เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้หยั่งรู้อนาคตที่สามารถทำนายผลหวยรางวัลที่หนึ่งล่วงหน้าได้เป็นคนแรกในรอบ 132 ปี! ผมอยากจะบอกเรื่องนี้ให้พ่อของผมได้รู้เป็นคนแรกเหลือเกิน

 

การบันทึกจบลงเพียงเท่านี้ แต่คำถามในใจของผมกำลังจะเริ่มได้รับคำตอบ


"จากประวัติส่วนตัวของคุณ" ผมเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง "เกียรตินิยมเหรียญทองปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และเกียรตินิยมเหรียญทองปริญญาโทและเอกสาขาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ผมว่าทฤษฎีของคุณมีความเป็นไปได้"


เขายิ้มแทนคำตอบ


"แต่ผมมีข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับหน้าที่การงานของคุณ ในเมื่อคุณเป็นคนมีความสามารถขนาดนี้ทำไมคุณถึงดำรงตำแหน่งแค่อาจารย์ระดับ 7 ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์"


"ผมไม่ชอบเล่นการเมือง อีกอย่างช่วงนั้นผมทุ่มเทชีวิตให้กับการคิดค้นทฤษฎีหวย"


ผมพยักหน้ารับรู้ "คุณทำอะไรหลังจากคุณคิดค้นทฤษฎีหวยได้สำเร็จ"


"เหมือนกับที่ข่าวบอกทุกประการ" เขาหมายความว่าเขาบอกใบ้ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าเขาส่งข่าวบอกกล่าวแก่ผู้คนทั่วไปว่ารางวัลที่หนึ่งของหวยงวดหน้าจะออกอะไร ซึ่งทำให้มีการถูกรางวัลที่หนึ่งถึง 32 รางวัล แต่เพื่ออะไรเหรอผมไม่เข้าใจ


"ถ้าหากคุณเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ คุณอาจจะเป็นมหาเศรษฐีที่มีรายได้จากการซื้อหวยและใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปทั้งชาติได้เลยนะ" แค่คิดผมก็รู้สึกอิจฉาผู้ชายคนนี้เต็มประดา


เขาตอบเพียงแค่ว่า "เงินทองคือมายา ข้าวปลาคือของจริง"


"ผมไม่เข้าใจ แล้วคุณทำอย่างนี้ทำไม ในเมื่อคุณคิดว่าเงินทองไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับชีวิตของคุณ"


"สำหรับผมอาจจะใช่ แต่สำหรับคนอื่นๆ สำหรับสังคม สำหรับโลกใบนี้ มันยังคงเป็นสิ่งสำคัญ"


ผมยังรุกถามต่อไปว่า "แล้วคุณไม่คิดหรือว่าสิ่งที่คุณทำมันจะเป็นการทำให้คนนิยมเล่นหวยกันทั่วบ้านทั่วเมือง"


"ผมตระหนักถึงปัญหานี้ดี เพราะฉะนั้นผมจึงมุ่งช่วยเหลือแต่ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสเท่านั้น"


"แต่ผมก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี คุณกำลังมอบปลาให้แก่พวกเขาแทนที่จะหยิบยื่นเบ็ดตกปลาเพื่อให้เขารู้จักการทำมาหากิน" ผมเถียงหัวชนฝา แต่เขาก็ยังตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับพ่อกำลังสอนลูก


"หากพวกเขาไม่รู้วิธีใช้งานเบ็ดตกปลานี้ พวกเขาอาจจะเหลามันจนกลายเป็นไม้จิ้มฟันอันไร้ค่า ซ้ำร้ายอาจจะบั่นมันให้มีปลายแหลมเหมือนหอกไว้ใช้รบราฆ่าฟันกันก็เป็นได้"


"คุณก็ต้องสอนวิธีตกปลาให้พวกเขาด้วยสิ" ผมยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ


"ฟังนะ เจ้าลูกชาย สังคมเปรียบเหมือนสิ่งมีชีวิตเพราะมันคือการรวมกันอยู่ของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะสังคมของมนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องใช้เงินเป็นอาหารและพลังงานในการขับเคลื่อนให้สังคมมีชีวิตอยู่และดำเนินไป เพราะฉะนั้นคนเราทุกคนจึงพยายามทุกวิถีทางไม่ว่าจะเป็นการลักขโมย ขายก๋วยเตี๋ยว เปิดร้านเสริมสวย เล่นการพนัน ซุกหุ้น ซื้อหวย ฯลฯ ไม่ว่าจะโดยสุจริตหรือทุจริตแต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือเพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน เรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ในเวลาชั่วข้ามคืนหรอกนะ มันต้องใช้เวลาในการวิวัฒนาการ และเวลาของคนแก่ๆ อย่างฉันก็จวนจะหมดลงเต็มทีแล้ว สิ่งใดที่พอจะทำเพื่อสังคมได้ก็อยากจะทำก่อนที่จะต้องตายไป"


ผมนิ่งงันอย่างหมดหนทาง สิ่งที่ดร.สมปองพูดมาคือความจริงที่ไม่อาจมีทฤษฎีใดๆ สามารถล้มล้างได้อย่างน้อยก็ ณ เวลานี้


"หมดเวลาเยี่ยมแล้ว" เจ้าหน้าที่เรือนจำชะโงกหน้ามาทางประตู


"ผมขอเวลาอีกสักหน่อยนะครับ" เขาโบกมือทำท่าว่าอนุญาต "ผมขอถามอีกคำถาม ทำไมคุณถึงเลือกวิธีนี้ ทำไมต้องเป็นหวยด้วย" น้ำเสียงผมสั่นเครือ


"เหตุผลหนึ่งคือเพราะฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ สิ่งที่ฉันต้องการคือการพิสูจน์ความจริงของเรื่องราวที่ฉันสนใจ และอีกเหตุผลก็เพราะพ่อของฉันท่านชอบเล่นหวยมาก ฉันจึงอุทิศการทดลองนี้แด่ท่าน"


"แต่..." ผมอ้ำอึ้งอยากจะบอกอะไรบางอย่าง


"หมดเวลาเยี่ยมแล้ว" เขาบอกพลางหันหลังให้กับผม หลังศีรษะของเขามีรอยแผลเป็นยาวเกือบคืบ


"พ่อของผมก็ชอบเล่นหวยมากเหมือนกัน และท่านก็ฆ่าตัวตายเพราะหวย" พูดจบ ผมเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมอง


วันต่อมาผมขอลาป่วย ยายมาริษาโทรมาถามอาการด้วยความเป็นห่วง (ความจริงโทรมาเช็คว่าผมอู้งานหรือเปล่า) ผมต้องแกล้งทำเสียงว่านอนแซ่วลุกจากเตียงไม่ไหว ความจริงก็คือผมป่วยจริงๆ ผมไม่ได้ป่วยทางกายแต่ป่วยทางใจ ผมต้องสารภาพว่าเมื่อได้พูดคุยกันทำให้ผมมีทัศนคติที่ดีต่อดร.สมปองและคงจะเป็นการดีหากได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ยังมีความรู้สึกบางอย่างที่เจือปนอยู่มันเหมือนตะกอนที่มีรูปร่างเหมือนตัวเลขกำลังลอยฟุ้งในจิตใจจนขุ่นมัว


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายความเงียบ ยายมาริษาต้องรู้ว่าผมแกล้งป่วยแน่ๆ เลย ทำยังไงดีล่ะทีนี้


"สวัสดีครับ" ผมแกล้งพูดเสียงอ่อย


"สวัสดีครับ คุณชื่อสรัล ปฏิสรณะกุล เป็นอัยการที่รับผิดชอบคดีของดร.สมปอง การกติสโยหรือเปล่าครับ"


"ใช่ครับ" ผมกลับมาพูดเสียงปกติ


"ผมโทรมาจากโรงพยาบาลศิริราชนะครับ ตอนนี้ดร.สมปองอยู่ที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล และเขาต้องการพบคุณ"


ผมไม่ตอบ รีบวางโทรศัพท์แล้วรุดหน้าไปยังโรงพยาบาลศิริราชทันที

 

To be continue...