Blog ของ ศรัทธิสรา
หลักการเขียนนิยายจากราชานิยายสยองขวัญ 
วันที่ 14 กันยายน 2551 15:19
ผมชอบการอ่านและการขีด ๆ เขียน ๆ ถึงแม้นิสัยดังกล่าวเพิ่งจะชำแรกผ่านกมลสันดานขึ้นมาเบิกบานในจิตใจเมื่อไม่กี่ขวบปี และโชคร้ายที่ฝีมือยังห่างไกลคำว่ามืออาชีพ แต่มันก็ทำให้ผมเปี่ยมสุขและเข้าใจตัวเองมากขึ้นอีกนิด
นี่ไม่ใช่สูตรสำเร็จของการเขียนนิยาย เพราะมันไม่มีอยู่จริงพอ ๆ กับการตามหารูทวารของหนอนตัวแบน (นักชีววิยาคงจะเข้าใจตลกฝืดนี้ดีกว่าใคร)
นี่เป็นเป็นเพียงวิธีคิดและหลักการทำงานของนักเขียนชื่อดังนาม Stephen King
เริ่มกันเลยดีกว่ามั้ย ?
1. เริ่มเขียนได้แล้ว คุณกำลังจะเขียนนิยาย ไม่ใช่ผลิตอาวุธกำมันตภาพรังสี อย่าลังเลและรีรอ
2. อย่ากลัวการใช้คำศัพท์ง่าย ๆ พื้น ๆ โดยการพยายามเสาะหาถ้อยคำสุดเริ่ดอลังการ เพราะผู้อ่านคือพระเจ้า เหล่านักเขียนคือผู้ส่งสาล์นถึงพระเจ้า หากพระเจ้าอ่านสาล์นไม่เข้าพระทัยหรือไม่พอพระทัย พระองค์อาจไม่ประสงค์จะล้วงเข้าไปในโทก้า (กระเป๋า) เพื่อประธานพรอันมีมูลค่า (เงิน) แก่เรา
3. เลี่ยงการใช้ passive voice (ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำหรือถูกกระทืบ) เช่นการประชุมจะถูกจัดขึ้นเวลาหนึ่งทุ่ม ควรเปลี่ยนเป็นการประชุมเริ่มเวลาหนึ่งทุ่ม เป็นต้น
4. เลี่ยงการใช้วิเศษณ์หรือคุณศัพท์พร่ำเพรื่อ เช่นเขาปิดประตูด้วยความรุนแรง ทำไมไม่ใช้คำว่าเขากระแทกประตูปิด ตรงประเด็นกว่ามั้ย ? มีข้อยกเว้นให้ใช้คำเหล่านี้ได้ (บ้าง!) ในบทสนทนา
ปล. ถ้าคุณมั่นใจว่าฝีมือเข้าขั้นเทพเจ้าบอกห้วน ๆ ไปเลยว่า He said, She said
5. ย่อหน้าคือหัวใจสำคัญ แต่มันไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าชั่วโมงบินคุณจะสูงสักแค่ไหน ข้อแนะนำจากสตีวี่คือสี่จุดหนึ่งให้ใช้ย่อหน้าแรกเล่าถึงเนื้อหาหลักและย่อหน้าถัดมาในการขยายความ หรือขับเน้นย่อหน้าหลักให้โดดเด่น สี่จุดสองใช้ย่อหน้าในการตัดฉาก หรือเบี่ยงเบนสถานการณ์ ก็อย่างที่บอกขึ้นอยู่กับชั่วโมงบินของแต่ละคน
6. การเขียนนิยายไม่ใช่การประกวดการใช้หลักไวยากรณ์ เป็นตัวของตัวเองและค้นหาสไตล์ของคุณให้เจอ
ผมกำลังจะบอกว่าผมแค่เอาความคิดของเฮียเค้ามานำเสนอ แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ผุดพรายจากบ่อความคิดของผม กล่าวอีกนัยก็คือสูตรใครก็สูตรใครสิ
7. ระดับความสามารถในการเขียนของแต่ละคนจะคงที่ โชคชะตาขีดเส้นไว้แล้วว่าคุณคือนักเขียนชั้นเลว นักเขียนชั้นพอใช้ นักเขียนชั้นดี และนักเขียนชั้นยอด เหมือนการแบ่งวรรณะของชาวฮินดู เหมือนการสอบเอ็นทรานซ์วิชาภาษาอังกฤษ เหมือน... เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไมมีสิ่งใดเป็นที่รัก และไม่มีสิ่งใดเป็นที่เกลียดของคนทั้งโลก ถ้าคุณเขียนก็ต้องมีคนอ่านแน่นอน (อย่างน้อยก็ตัวคุณเอง เหอ ๆ ๆ)
8. อ่านให้มากและเขียนให้มาก ข้อนี้คุณน่าจะรู้อยู่แล้วนะ
9. เมื่อเริ่มลงมือแล้วจงอย่าหยุด ไม่งั้นนิยายของคุณจะขาดความสดใหม่และความสมจริง
10. ดำดิ่งสู่โลกส่วนตัว จงเขียนในห้องที่มีกลอนประตู ห้ามไม่ให้มีสิ่งใดก็ตามที่จะรบกวนสมาธิของคุณ (ทีวี, วิทยุ, เกม, ฯลฯ) อนุญาตให้มีหน้าต่างที่เปิดไปสู่ผนังข้างบ้านหรือพื้นที่รกร้างว่างเปล่าได้
11. เขียนเรื่องที่คุณชอบอ่าน ชอบอ่านนิยายรักก็เขียนนิยายรัก ชอบอ่านแฟนตาซีเขียนแฟนตาซี
12. ผู้อ่านชอบงานอาชีพในนิยาย มันทำให้เห็นมิติและรายละเอียดของชีวิต ถ้ามีวัตถุดิบเพียงพอก็น่าจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่อย่าเอ่ยอ้างถึงเทคนิคมากมายด้วยเสียดายข้อมูลเพราะมันน่าเบื่ออิบอ๋าย
13. อย่ากำหนดโครงเรื่อง สร้างตัวละคร มอบชีวิตและลักษณะนิสัย จากนั้นก็โยนตัวละครเข้าไปในปัญหา สังเกตการณ์และจดบันทึกสิ่งที่ตัวละครของคุณคิดและเลือกปฏิบัติ
14. บรรยายให้พอเหมาะ อุปมาอุปไมยให้อร่อยเหาะ บรรยายน้อยไปทำให้ผู้อ่านเปลืองพลังจินตนาการจนหมดอารมณ์ร่วม แต่ถ้ามากไปก็ทำให้ผู้อ่านหลงทางในวงกตตัวอักษร (และน่าเบื่ออิบอ๋าย) ส่วนการอุปมาอุปไมยเป็นสิ่งบ่งบอกถึงสไตล์ ถึงตัวตน รวมถึงระดับการศึกษาของนักเขียน
ตัวอย่าง เธอสวยสดใสดั่งฤดูใบไม้ผลิ (โคตรเชยน่ะ)
เธอสวยสดใสราวหยาดน้ำค้างแรกเริ่มฤดูใบไม้ผลิ (ดีกว่ามั้ย)
ปล. ผมยกตัวอย่างได้แค่นี้จริง ๆ (ระดับการศึกษายังต่ำ)
15. การเป็นผู้ฟังที่ดี ช่วยให้นิยายของคุณมีบทสนทนาที่ดี แม้อาชีพนักเขียนจะเป็นงานที่โดดเดี่ยว แต่อย่าลืมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ออกไปพบปะผู้คนเสียบ้าง รูดซิบปากให้สนิทและฟังให้มาก ๆ
16. แก่นของเรื่องจะโผล่ออกมาเมื่อคุณดำเนินเรื่องไปได้สักระยะ เหมือนกับคำถามที่ว่า "คุณกำลังเขียนเกี่ยวกับอะไรอยู่วะ" เพราะฉะนั้นอย่าเป็นกังวลกับแก่นของเรื่องให้มาก สนุกกับการเขียนของคุณต่อไป
17. ตรวจทานอย่างน้อย 2 รอบ ก่อนคิดจะส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์พิจารณา ข้อนี้ต้องบรรยายละเอียดหน่อย เริ่มจากเมื่อคุณเขียนนิยายจบสักหนึ่งเรื่อง ขอแสดงความยินดีด้วย ฉลองให้กับความสำเร็จสักหน่อย ไปพักผ่อนหย่อนใจ หรือทำอะไรก็ตามที่จะทำให้คุณลืมนิยายเรื่องนี้ ห่ะ ! มันทำให้คุณเสียเวลานับเดือนแถมยังพลาดชมทีวีรายการโปรด หยิบนิยายเรื่องเยี่ยมขึ้นมาเมื่อเวลาล่วงไปสักหนึ่งถึงสองเดือน อนุญาตให้ประหลาดใจกับความสามารถของตัวเองห้านาที จากนั้นเริ่มขัดเกลานิยายของคุณซะ ทั้งการสะกดคำ วรรคตอน ย่อหน้า ตัดทอนคำฟุ่มเฟือย แก้ไขบทสนทนา ฯลฯ มีสูตรไม่สำเร็จที่น่าสนใจบอกว่า
บอกก่อนว่าทั้งขั้นตอนการเขียนและการตรวจทานรอบแรกต้องกระทำด้วยตนเองตามลำพัง ย้ำ ! ตามลำพัง
ต่อไปก็เป็นการตรวจทานรอบสอง ก่อนจะดำเนินการขั้นนี้ ขอให้คุณเสียสละทรัพย์สินส่วนตัวและต้นไม้อีกสักสองสามต้นถ่ายสำเนาอย่างน้อย 3 ชุด แล้วส่งต่อนิยายของคุณไปให้ "นักอ่านในอุดมคติ" ซึ่งจะเป็นใครก็ตามที่คุณไว้วางใจ แฟน เพื่อนสนิท พี่น้อง อาจารย์ น้อมรับคำวิพากย์วิจารณ์ด้วยความหวังดีจากพวกเขา
18. การเล่าเรื่องต้องมาก่อนข้อเท็จจริง คุณจะเขียนนิยายหรือทำวิทยานิพนธ์ล่ะ เอาน่า ถ้ายังเสียดายก็เอาข้อมูลที่เพียรรวบรวมมาตกแต่งเป็นชิ้นผักสีสวยบนจานอาหารรสเลิศของคุณก็แล้วกัน
19. เรียนอักษรศาสตร์ สัมมนานักเขียน ลงเรียนวิชาการประพันธ์ มิใช่ทางลัดหรือสูตรสำเร็จของการเป็นนักเขียนที่ดี ขอย้ำรอบที่แปดสิบเก้าว่าสิ่งที่พึงกระทำคืออ่านให้มาก ฟังให้มาก และเขียนให้มาก
20. อย่าเขียนนิยายเพื่อเงิน แต่จงเขียนนิยายเพราะคุณรักที่จะเขียน จงเขียนเพราะรักที่จะเนรมิตโลกแห่งจินตนาการส่วนตัว และจงเขียนเพื่อเติมเต็มความอภิรมย์ในหัวใจ
บทความนี้ดัดแปลงจากหนังสือ On writing ของ Stephen King
pAAnG
เคยคิดเหมือนกันว่า..จะถามว่า
เวลาเริ่มเขียนนิยายนี่ ยังไงดี มีคำแนะนำไม๊..อะไรทำนองนั้น
แล้ววันนี้ก็มา เขียนบอกด้วยแฮะ ดีจัง ^^
วันที่: 14 กันยายน 2551 20:21
Jolly Panda
ดีจัง... ชอบขีดๆ เขียนๆ เหมือนกัน
แต่ไม่ถึงขั้นที่จะเป็นนักเขียนได้ (คงเกิดมาอยู่ในวรรณะต่ำสุดของนักเขียน)
ถ้าเรื่องนิยายที่ ชอบอ่านมากมาย
เขียนต้นฉบับมาให้ชาว qoolive อ่านบ้างก็ได้นะคะ
จะได้ช่วย comment
วันที่: 14 กันยายน 2551 22:29
Joker XSi
ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะใช้เป็น "คำแนะนำในการเขียน Blog" ก็น่าจะได้นะครับ
ผมให้คะแนนเลยนะเนี่ย
วันที่: 15 กันยายน 2551 10:22
Seasons Change
"โชคชะตาขีดเส้นไว้แล้วว่าคุณคือนักเขียนชั้นยอด"
ในเมื่อเธอมีพรสวรรค์และความฝันอันยิ่งใหญ่
อย่าหยุด..อย่าท้อ..อย่ายอมแพ้
ทำในสิ่งที่เธอรักต่อไป
เขียนๆๆๆ และเขียน..ด้วยหัวใจ
ดำดิ่งใ นโลกที่ทำให้เธอมีความสุข
พร้อมกับเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษร
ให้ผู้อื่นได้รู้สึกเหมือนที่เธอรู้สึก
"จะคอยเป็นกำลังใจให้นักเขียนตัวอ้วนนะฮะ" 
วันที่: 17 กันยายน 2551 00:45
*zeiKooP
13.อย่ากำหนดโครงเรื่อง สร้างตัวละคร มอบชีวิตและลักษณะนิสัย จากนั้นก็โยนตัวละครเข้าไปในปัญหา สังเกตการณ์ และจดบันทึกสิ่งที่ตัวละครของคุณคิดและเลือกปฏิบัติ ชอบข้อนี้มากเลย เหมือนกับว่า เรากำลังทำให้ตัวละครของเรา มีชีวิต ก่อนที่เราจะเริ่มเรื่องซะอีก อ่านแล้วอยากจะเขียนเรื่องสั้นซักเรื่อง แต่ต้องขอให้โปรเจคเสร็จก่อนล่ะค่ะ TT
วันที่: 07 ตุลาคม 2551 08:50
JaAe
ตอนนี้เราก็ลองๆ เริ่มขีดเขียน แต่จะเป็นแนวของตัวเองมากว่า คิดว่าจะเอาคำแนะนำไปประยุกต์ใช้นะคะ 
วันที่: 02 พฤศจิกายน 2551 15:07
[ Login ]


กำลังประมวลผล...