Blog ของ Kendo
เราได้อะไรจากการเรียนปริญญาโท 
วันที่ 17 กรกฎาคม 2551 18:27
เชื่อว่าหลายๆ คนคงถามตัวเองด้วยคำถามนี้ก่อนตัดสินใจเรียน หรือ บางคนแม้กระทั่งเรียนจบแล้วก็ยังคงมีคำถามนี้อยู่.....ซึ่งแน่นอน ความคาดหวัง และ เป้าหมาย ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน บางคนมาเพื่อหาปริญญาบัตรไป Upgrade หรือ หางานใหม่ บางคนมาเพราะเหงา ต้องการหาเพื่อน บางคนมาหาแฟน หรือกระทั่ง บางคนทำขายตรง มาหาลูกค้าก็ยังมี ถ้าเป็นหลักสูตร พวก MBA หรือ MPA ก็ต้องการมาหา Connection รู้จักพวกใหญ่ๆ โตๆ เอาไว้
สำหรับเรา เราได้มากมายเลย เนื่องจากว่าเป้าหมายการเรียนของเรา ต้องการมาฝึกภาษาอังกฤษ และ อยากมีเพื่อนต่างชาติ ก็เลยเลือกเรียน โปรแกรมอินเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นนักศึกษาจีน มีภูฐานปนมาบ้าง สองคนเป็นุร่นถัดไป แต่ก็มีโอกาสได้เรียนด้วยกัน นอกจากได้เรียนรู้ภาษา แล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างชาติ พูดถึงชาติแรกก่อน
- คนจีน ส่วนใหญ่ จะค่อนข้างขยัน โดยเฉพาะผู้หญิง เรียนแข่งกัน ไม่ช่วยเหลือกัน แย่งกันเอาเกรดเอ
แต่ผู้ชายก๊วนเราก็มี มาเรียนด้วยวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ ไม่ใช่มาเรียนอย่างเดียว นายคนนี้จึงเรียนเพื่อเอาประสบการณ์มากกว่าความรู้ เราเรียกเขาว่า หมาตีน จริงๆ เขาชื่อ Martin Wu มีเรื่องขำๆ อยู่ครั้งนึง อาจารย์ให้ค้นกว่าเกี่ยวกับเรื่อง HR scorerecard แบ่งเป็นกลุ่ม ให้ค้นคว้าและ มานำเสนอ และอาจารย์ก็จะสรุปให้ ปรากฎว่า Slide ของเขา เหมือนกันของอาจารย์เป๊ะ เลย เปลี่ยนแค่ แบคกราวด์ สืบไปสืบมาพบว่า ทั้งอาจารย์และศิษย์ ต่างเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน นั่นคือ พราะอาจารย์กูเกิ้ล(Google) ซึ่งได้ช่วยเหลือนักศึกษาหลายประเทศทั่วโลกให้เรียนจบ มานับไม่ถ้วน
- แต่พูดถึงความมุ่งมั่น และ ค่วามขยันแล้ว เขาต่างกับเด็กไทยมาก เช่นอาจารย์มอบหมายงานกลุ่ม ให้ในวันเสาร์ และ ให้มานำเสนอในเสาร์หน้า เขาทำเสร็จกันตั้งแต่วันพุธ แต่เด็กไทย (ที่ไม่ได้ทำงาน) ส่วนใหญ่จะเริ่มทำวันศุกร์ตอนเย็น งานก็เลยจะออกมาแบบใหม้ๆ เพราะเผาเอา และถ้าเผื่อไปเลิกก้นคนทำดู ก็จะพบว่าตูดค่อนข้างดำ เพราะโดนไฟลนก้น ( ตัวเรายิ่งดำที่สุด)
- คนภูฐาน น่ารักมากนิสัยดี เคร่งศาสนา แต่ดื่มเก่งเป็นบ้าเลย สนุกมาก มีปาร์ตี้กันทุกสัปดาห์ หลังเรียนเสร็จ เวียนเทียนกันทำอาหารประจำชาติ ของแต่ละชาติ เขาเคยให้ข้อคิดที่น่าสนใจแก้เราว่า เมื่อเห็นเราทำงานหนักเขาบอกว่า "ชีวิตนี้ช่างสั้นนัก อย่าให้งานหรือ อะไรที่มันมากเกินไป ขโมย ความสุขไปจากเรา"
สำหรับความรู้จากการเรียน เป็นส่งที่ได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่อาจารย์จะเน้นวิธีคิด วิธิสังเคราะห์ และ นำทฤฎฎีไปประยุกต์ใช้มากกว่า เพราะเรามาจากพื้นฐานที่แตกต่างกัน เช่นกฎหมายแรงงาน ถ้าเรียน ของไทยคนอื่นก็ไม่ได้ประโยชน์ เราจึงเรียนแต่ทฤษฎี และ ให้แต่ละประเทศไปค้นความมาเปรียบเทียบกัน แต่ก็มีบางวิชาที่อาจารย์มาจากภาคธุรกิจจริง ซึ่งได้ประโยชน์มาก เราได้ลึกขนาดนำแบบฟอร์มไปประยุกต์ได้เลย เช่นวิชาการบริหารค่าจ้าง การบริหารการผลิต และ การบริหารการตลาด รวมถึง Advance strategy
ถ้าจะเปรียบเทียบกันแล้ว เรื่องภาษา เรายังอ่อนกว่าประเทศอื่นมากในเอเชีญ ยกเว้นจีน ค่อนข้างอ่อนกว่าเรา เพราะเรามีข้ออ้างคือ ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นคนอื่น แต่ที่เราด้อยกว่าทุกคน(ในความเห็นของเรา) ก็คือความกระตือรือล้น และ รับผิดชอบ (มีน้องคนไทยเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ขยัน) เพราะวัฒนธรรม สบาย-สบาย
ตอนนี้เพื่อนคนจีนเรียนจบกลับประเทศไปแล้ว แต่เรายังติดต่อกันอยู่ และ โครงการความร่วมมือในการทำธุรกิจร่วมกันกำลังจะเกิดเร็วๆ นี้ เพราะเวลาสองปี เราได้ เพื่อนแท้ ที่ผ่านการพิสูจน์ วัดใจกันแล้ว และ รอการรดน้ำ พรวนดินให้มิตรภาพเจริญงอกงามต่อไป
โดยสรุปแล้ว คนที่นั่งเรียนห้องเดียวกัน วิชาเดียวกัน อาจจะได้ความรู้ต่างกันมากมาย เพราะบางคนฟังอย่างเดียว ไม่ได้คิดตาม เวลาทำงานกลุ่มให้ค้นค้วา (ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของป.โท) ก็ไม่ได้ช่วยเพื่อนเลย อาศัยฝากชื่อเข้าร่วมกลุ่ม อย่างเดียว พวกนี้จะไม่ได้อะไรจากการเรียนเท่าไร แต่คนที่ค้นคว้ามาก คิด สังเคราะห์มาก ถกกันมาก ก็จะได้มาก ซึ่งจะวัดได้หลังเรียนจบ ว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้แค่ใหน ครับพี่น้อง
pAAnG

สำหรับเรา ที่สำคัญที่สุด คงเป็นการได้ความรู้เพิ่มขึ้น
และเรายังได้เพื่อนใหม่ ซึ่งเป็นเพื่อนดีๆ ทั้งหมด ได้ใช้ชีวิตตอนเรียน ป.ตรี (แก้ตัว) อีกหน
โดยสรุป เราได้ใช้ชีวิตพร้อมกันหลายๆ ด้านอย่างลงตัว เป็นช่วงชีวิตที่น่าจดจำมาก ^^
วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 18:33
Jolly Panda
ส่วนเราได้มุมมองใหม่ๆ... เปิดโลก เปิดตาตัวเอง...
และก็ได้เพื่อนรุ่นพี่มาอีกกลุ่มหนึ่งที่น่ารักมาก...
คิดถึงพวกพี่ๆ กลุ่ม nightmare นะค่ะ
วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 00:51
[ Login ]


กำลังประมวลผล...