Blog ของ oattttkub
หิ่งห้อย อัมพวา ความงาม ในความเงียบ 
วันที่ 05 สิงหาคม 2551 09:31
...'ตอนนั้นหิ่งห้อยมากกว่านี้ มันเหมือนเพชรพลอยติดอยู่บนต้นไม้ สว่างไสวแพรวพราวไปหมด ไอ้ที่พวกคุณเห็นว่ามากตอนนี้ ไม่ถึงครึ่งเท่าที่ผมเคยเห็นมาหรอก' ผู้เฒ่าแห่งลุ่มน้ำแม่กลองระลึกความหลังให้ฟัง...
ชุติมา นุ่นมัน-เรื่อง จตุรงค์ ฉิมเรือง-ภาพ
5 ทุ่มแล้ว เรือหางยาวหลายลำยังเร่งเครื่อง ตะเบ็งเสียง ขับเคี่ยวกันอยู่กลางลำน้ำแม่กลอง ลำไหนเข้าใกล้ต้นลำพูที่ขึ้นอยู่ริมฝั่ง คนขับเรือถึงจะเบาเครื่องลง ครั้นเสียงเครื่องยนต์ค่อยเบาบางลง เสียงกรี๊ดกร๊าดของหนุ่มสาวในเรือที่แสดงถึงความตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นสัตว์มีปีกตัวน้อยซึ่งอาศัยอยู่บริเวณต้นลำพู กะพริบแสงวูบวาบ แข่งกับดวงดาวยามค่ำคืนเข้ามาแทนที่ ยังไม่รวมถึงเสียงคนขับเรือตะโกนบรรยายความรู้แบบงูๆ ปลาๆ เกี่ยวกับต้นไม้และสัตว์น้อยตัวนั้น มันคงจะดีกว่านี้มากมายนัก หากความงามที่ได้เห็นตรงหน้า มาพร้อมกับความสงบสำรวม ความหดหู่ในใจเธอ ยังเกิดขึ้นอีกหลายต่อหลายคำรบ เมื่อเห็นเรือทุกลำที่แล่นผ่านพุ่มไม้ พุ่มนั้นถูกคนขับเรือ ส่องไฟจากสปอตไลท์ดวงใหญ่สว่างจ้าเพื่อชี้ชวนให้คนในเรือดูนกกระยางที่นอนหลับอยู่บนกิ่งไม้ เรือมา 100 ลำ นกกระยางที่นอนหลับอยู่ก็ถูกไฟสาดใส่ 100 ครั้ง เธอกับพรรคพวกนั่งมองปรากฏการณ์เช่นนี้ อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ สงสารนกกระยางฝูงนั้นจับใจ พวกเราใช้เวลาว่างที่มีอยู่ไม่มากนักมาเที่ยวตลาดอัมพวา จ.สมุทรสงคราม อาศัยอารมณ์โหยหาเรื่องราวในอดีต ประกอบกับคำโฆษณาเชิญชวน ว่าที่ตลาดแห่งนี้มีให้ทัศนาเต็มรูปแบบ ชมตลาดหนำใจแล้วค่อยล่องเรือชมหิ่งห้อยริมน้ำแม่กลอง ตอนเย็นวันเสาร์ ตลาดอัมพวาจึงคราคร่ำไปด้วยผู้คน และค่อยๆ กลายเป็นความแออัดยัดเยียด แทบไม่มีที่ยืนในช่วงย่ำค่ำ ขนมโบราญ อาหารพื้นเมือง ดอกไม้แสนสวย และของเล่นที่เห็นแล้วนึกถึงวัยเยาว์ เหล่านั้น ได้แต่ถูกมอง คลื่นมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวไม่สามารถทำให้ใครต่อใครซึมซับความงามดังกล่าวได้อย่างเต็มความรู้สึก ลมหนาวที่พัดผ่านไม่ได้ทำให้ใครเข้าถึงอารมณ์ความหนาวเย็นนั้น เพราะความร้อนที่เกิดจากลมหายใจที่ต่างคนต่างหายใจรดกัน กลืนกินลมหนาวแปรสภาพเป็นเม็ดเหงื่อซึมผ่านเสื้อผ้าจนเปียกโชกแทน พ่อค้า แม่ขายหลายคนบ่นเสียงขรมว่า ไม่ชอบความแออัดของผู้คนในช่วงหัวค่ำ เนื่องจากขายของไม่ค่อยจะได้ เพราะคนเบียดเสียดกันจนไม่มีโอกาสหยุดซื้อ ต้องรอให้คนซาตอนค่ำจัดๆ การซื้อการขายจึงทำได้คล่องขึ้น ไปนั่งรอลงเรือดูหิ่งห้อย เห็นความไม่เป็นระเบียบ เอะอะมะเทิ่งของคนขับเรือและคนจัดคิว รวมไปถึงคนขายตั๋ว หาความสงบแทบไม่ได้ กว่าจะได้ลงเรือก็อ่อนอกอ่อนใจไปตามๆ กัน ลงไปนั่งในเรือแล้ว… 'พี่ครับ เพื่อนผมยังไม่มีเสื้อชูชีพ' ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ ตะโกนบอกคนขับเรือ 'ไม่เป็นไรน้อง เรือขับไม่เร็ว' เสียงคนขับเรือตะโกนกลับมา พร้อมกับเร่งเครื่องยนต์กระหึ่ม เธอและพรรคพวกได้แต่มองหน้ากันอย่างปลงๆ มือจับกาบเรือแน่น ระหว่างเรือแล่นอดไม่ได้ที่จะคิดถึงใครคนหนึ่ง เมื่อตอนกลางวัน ก่อนจะมาที่ตลาดอัมพวาแห่งนี้ พวกเราได้ไปนั่งคุยกับ 'แปะฮวด' หรือลุงประสูต สันติศรีสกุล ผู้เฒ่าวัย 75 ปี แห่งลุ่มน้ำแม่กลอง 'แปะฮวด' เป็นเหมือนผู้จุดประกายให้เธอและพรรคพวกไปชมความงามของสัตว์มีปีกตัวน้อยอย่างหิ่งห้อย '40 ปีก่อน ผมพายเรือขายปลาอยู่ที่นี่แหละ แม่น้ำแม่กลองแคบกว่านี้เยอะ ไม้พายของผมส่งลูกเรียนจบปริญญาตรีมาแล้วถึง 5 คน' แกบอกพวกเราอย่างภาคภูมิใจ แกเล่าว่า ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ในการพายเรือจากบ้านไปปากอ่าว เพื่อไปซื้อปลา และขากลับอีก 3 ชั่วโมง ที่ต้องร้องขายปลามาตลอดทาง ก่อนถึงบ้านไม่นานปลาในเรือลำน้อยจะถูกขายไปจนหมด ได้กำไรเที่ยวละร้อยกว่าบาท ขายปลาหมดแกผิวปากสบายใจพายเรือกลับบ้าน ความงามของ 2 ฟากฝั่งลุ่มน้ำแม่กลอง บวกกับลำแสงยิบยับที่อยู่ตามสุมทุมพุ่มลำพูริมฝั่งข้างทาง ที่ได้ยลและซึมซับอยู่ทุกวัน ทำให้แปะฮวดกลายเป็นคนขายปลาที่มีความสุขที่สุดในละแวกนั้น กระทั่งมีถนนตัดผ่าน ความจำเป็นในการใช้เรือดั้นด้นพายไปซื้อปลามาขายหายไป เพราะทางรถสะดวกกว่าเยอะ แปะฮวดจึงเลิกอาชีพพายเรือขายปลาตั้งแต่บัดนั้น 'ตอนนั้นหิ่งห้อยมากกว่านี้ มันเหมือนเพชรพลอยติดอยู่บนต้นไม้ สว่างไสวแพรวพราวไปหมด ไอ้ที่พวกคุณเห็นว่ามากตอนนี้ ไม่ถึงครึ่งเท่าที่ผมเคยเห็นมาหรอก' ผู้เฒ่าแห่งลุ่มน้ำแม่กลองระลึกความหลังให้ฟัง แปะฮวดชี้ให้พวกเราดูตอต้นลำพูที่ถูกฟันทิ้งไปหมาดๆ แล้วบอกว่า ที่เห็นเป็นร่องรอยของความล้มเหลวเรื่องการจัดการท่องเที่ยว 'เมื่อก่อนมันไม่ได้เป็นแบบนี้นะ ชาวบ้านก็อยู่กันสงบๆ เดี๋ยวนี้เรือเสียงดัง ยิ่งวันศุกร์ วันเสาร์เนี่ย ดูทีวีไม่ได้เลย เรือมันเสียงดังมาก ขับแข่งกันทำคิว บ้านใครมีต้นลำพูนี่แย่เลย เรือมันจะมาหยุดหน้าบ้าน แล้วก็เอาสปอตไลท์ส่อง เค้านั่งกินข้าวกัน ก็ไปรบกวนเขา บางบ้านจึงตัดรำคาญโดยตัดต้นลำพูทิ้งเสียเลย' เสียงเร่งเครื่องยนต์จากเรือลำข้างๆ ดังแผดใส่แก้วหูเธออีกครั้ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ไม่อยากนับ เห็นเรือลำนั้นแล่นผ่านหน้าบ้านแปะฮวดไป เธอเดาเอาว่า แกคงกำลังนั่งดูทีวีไปบ่นเรื่องเรือเสียงดังไป และคงเป็นแบบนี้ทุกวันหยุด ที่มีนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นว่าจ้างเรือหางยาวมาดูหิ่งห้อย 4-5 ปีที่ผ่านมานับจากแหล่งท่องเที่ยวในอัมพวาได้รับความนิยมมากขึ้น ขณะที่ต้นลำพูกับหิ่งห้อยจุดขายสำคัญเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ หลายบ้านถึงกับยอมตัดต้นลำพูหน้าบ้านทิ้ง เพราะทนรำคาญแสงสปอตไลท์ที่คนขับเรือส่องฉายให้นักท่องเที่ยวดูไม่ไหว พวกเขาคงคิดว่าตัวเองไม่แตกต่างอะไรกับนกกระยางฝูงนั้น เรากลับมานั่งรวมตัวกันดูแม่น้ำที่หน้าบ้านอีกครั้ง ประสบการณ์การนั่งเรือชมหิ่งห้อยที่ผ่านไปทำให้เราทุกคนเป็นห่วงอัมพวา หลังเที่ยงคืน เสียงเรือในแม่น้ำเริ่มเงียบ สัตว์มีปีกตัวน้อยลอยลำแสงเหนือผิวน้ำ แม้เพียงแค่ตัวเดียว แต่กลางความเงียบนั้นทำให้มันงดงามอย่างน่าฉงน
Jolly Panda
เห็นด้วย...
ดีจังเลย... ที่ได้อ่านมุมมองที่แตกต่างจากที่เห็นกันทั่วไป แต่ตรงใจสุดๆ

วันที่: 05 สิงหาคม 2551 22:14
Budgerigar
วันนี้ดูข่าวเขามีสายพันธุ์ใหม่เยอะเลย
แล้วจะมีการสังเคราะห์สารเรืองแสงของมันอีกนะ สงสสารมันจัง
วันที่: 06 สิงหาคม 2551 03:04
Qoolive Help
เขียน Blog ยาวๆ แนะนำให้เว้นบรรทัดบ้าง จะช่วยให้อ่านง่ายขึ้นนะครับ ด้วยการ enter 2 ครั้ง
วันที่: 06 สิงหาคม 2551 22:14
Pink l3erRy
หนูเป็นสาวอัมพวาค่ะ
(^^)/
มีคนมาเที่ยวมากมาย
แต่ไม่ค่อยมีใครช่วยรักษาเลย
สงสารคุณหิ่งห้อย
จะไม่มีที่อยู่แล้ววววววววว
วันที่: 11 สิงหาคม 2551 17:28
【3-K¡NZ】
ตนอนี้หิ่งห้อยไม่ค่อยมีแล้วที่เมืองไทย
เพราะมนุษย์ไปบุกรุกมัน น่าสงสารนะคะ
วันที่: 12 สิงหาคม 2551 22:39
[ Login ]




กำลังประมวลผล...